เริ่มต้นเอเจนซีทำเว็บไซต์ในปี 2025 ยังทันอยู่ไหม ในยุคที่ AI ทำเว็บแทนคนได้ภายในไม่กี่วินาที

โลกเปลี่ยนเร็ว แต่โอกาสยังไม่หนีเราไปไหน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังถามตัวเองว่า “ปี 2025 แล้ว ยังจะเริ่มทำเว็บดีไหม ในเมื่อมีทั้ง AI, Wix, Framer ที่ทำเว็บได้เองหมด?” บทความนี้มีคำตอบให้แบบตรงไปตรงมา

เทคโนโลยีก้าวหน้าไปเร็วจริง แต่ความจริงก็คือ ธุรกิจใหม่ยังเกิดขึ้นไม่หยุด และ “ยังต้องการคนทำเว็บไซต์อยู่มาก” โดยเฉพาะคนที่เข้าใจธุรกิจจริง ๆ และสามารถให้คำแนะนำได้ ไม่ใช่แค่จิ้มให้เสร็จตามเทมเพลต

จากสถิติในอเมริกา มีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นกว่า 5.5 ล้านแห่งในปีเดียว ถ้าคิดแบบโลกกว้างก็จะมีหลักสิบล้านทั่วโลก แม้จะรอดอยู่แค่ 10% แต่ก็ยังเหลือเป็นล้านที่ต้องการเว็บไซต์


ทำไม AI ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในตอนนี้

AI ทำเว็บได้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้เป็น

  • เจ้าของธุรกิจส่วนมากไม่ได้อยากนั่งเรียนวิธีใช้ Framer หรือ Go High Level
  • หลายคนไม่มีเวลาทำเว็บเอง ไม่รู้ว่าจะวาง SEO ยังไง เขียน Copy ยังไง หรือสร้าง Trust ยังไงให้เว็บดูน่าเชื่อถือ
  • แม้แต่การใช้ AI เองก็ยังต้องมี prompt ที่ดี และเข้าใจหลัก UX/Conversion

AI จะเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวแทน

ใครใช้ AI เป็นก่อน = ได้เปรียบ ใครไม่ใช้ = จะเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ

ในฐานะคนทำเว็บ เราควรเรียนรู้เครื่องมืออย่าง Reloom, ChatGPT, Notion AI หรือ Figma AI ให้คล่อง เพื่อให้เราทำเว็บได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และไม่ต้องเหนื่อยกับงานซ้ำซ้อน


ความเห็นจากมุมมองของ Samurai Agency

ในฐานะ WordPress Expert เราเชื่อว่า

  • ธุรกิจยังต้องการเว็บไซต์แบบ Custom อยู่เสมอ โดยเฉพาะเว็บที่เน้น Conversion ไม่ใช่แค่สวย
  • คนทำเว็บต้องขยับตัวให้เร็ว เรียนรู้ AI ให้กลายเป็นผู้ช่วยแทนที่จะกลัวมันมาแย่งงาน
  • สิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ใช่แค่เว็บ แต่เป็น “ผลลัพธ์” จากเว็บ เช่น การปิดการขาย เพิ่มลูกค้าใหม่ หรือวาง Funnel ที่ชัดเจน
  • WordPress ยังมีอนาคตอีกมาก โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ FSE (Full Site Editing), ACF, หรือ Block Theme ร่วมกับ AI ได้

แล้วจะเริ่มต้นเอเจนซีในปี 2025 ยังไงดีให้ได้ผลเร็ว

1 เลือก Niche ที่ High Ticket

อย่าเริ่มแบบจับทุกกลุ่ม ให้เลือกกลุ่มที่

  • มีงบ (เช่น คลินิก, ก่อสร้าง, อสังหาฯ, บริการเฉพาะด้าน)
  • ไม่เก่งเทคโนโลยี และต้องการคนช่วยจริง ๆ
  • มีความต้องการเว็บไซต์ในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่หน้าตา

2 วางข้อเสนอให้เด็ด (Irresistible Offer)

  • ไม่ใช่แค่ “ทำเว็บให้” แต่ต้องเสนอผลลัพธ์ เช่น
    • ปรับเว็บให้ติดหน้าแรก Google
    • สร้างฟอร์มจองนัดที่แปลงลูกค้าได้จริง
    • เพิ่ม Conversion ด้วย Copywriting และ UX ที่ออกแบบมาเพื่อยอดขาย

3 ใช้ AI และ Automation ตั้งแต่ต้น

  • ใช้ ChatGPT ช่วยร่างเว็บไซต์ เขียน Sitemap และ Copy
  • ใช้ Reloom หรือ Framer AI ทำ Wireframe หรือ Style Guide
  • ใช้ Notion ทำระบบ Project + Onboarding ลูกค้าแบบอัตโนมัติ

4 สร้างระบบ Outreach / Inbound

  • ส่ง Cold DM / Email ด้วยข้อความแบบสอบถาม Pain Point + ข้อเสนอเฉพาะเจาะจง
  • ทำคอนเทนต์ TikTok, Reel, หรือ YouTube Shorts ให้คนเข้ามาหาเราเอง
  • ทำ Portfolio หรือ Website ที่ Conversion ดี ไม่ใช่แค่สวย

5 ตั้งเป้าหมายแบบ Lighthouse Framework

เป้าหมายชัดเจน + Action Plan = ความสำเร็จเร็วขึ้น 3 เท่า

  • ตั้งเป้าหมายหลัก เช่น “สร้างรายได้ 120,000 บาทต่อเดือนใน 12 เดือน”
  • แบ่งเป็นรายไตรมาส เช่น 10,000 → 30,000 → 40,000 → 40,000
  • วางแผนแบบ Actionable เช่น
    • ขายเว็บละ 30,000 → ต้องปิดได้ 4 โปรเจกต์ต่อเดือน
    • ต้องนัดคุย 15 คน/เดือน → ต้อง Outreach อย่างน้อย 500 ครั้ง/เดือน

แนวทางปฏิบัติแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถเริ่มใช้ได้ทันที

  • เริ่มใช้ ChatGPT เขียน Copy หน้า Home หรือ Landing Page แบบ Conversion
  • ทำ Vision Board ตั้งเป้าหมายรายได้ และแปะไว้ที่จอ Desktop
  • ทดลอง Outreach อย่างน้อย 20 คนต่อวัน ทั้ง DM และ Email
  • สร้าง Portfolio หน้าเดียวบน WordPress หรือ Notion ก็ได้
  • ตั้งราคาที่ไม่ถูกเกินไป เช่น เริ่มต้นที่ 30,000 บาท แล้วขยายไปที่ 50,000+ เมื่อมั่นใจ

สรุป

แม้ปี 2025 จะเต็มไปด้วย AI และคนทำเว็บหน้าใหม่ แต่ “โอกาสยังมีเสมอ” สำหรับคนที่ลงมือเร็วกว่า วางแผนดีกว่า และเข้าใจว่าเจ้าของธุรกิจต้องการอะไรจริง ๆ

สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้คือ การเข้าใจคน เข้าใจตลาด และสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งของคุณ

เริ่มวันนี้ ลอง Outreach 10 คน แล้วมาดูกันว่าโอกาสมันจะเริ่มขยับเข้ามาหาคุณเอง


บทความนี้เขียนโดย Samurai Agency เพื่อเจ้าของเว็บ นักพัฒนา และผู้ที่อยากเติบโตอย่างมั่นคงในโลกของ WordPress + AI

Arthit Eampa